วานิชธนกิจ (Investment Banking)
คือ กิจกรรมทางการเงินที่มีไว้ใช้เพื่อการระดมทุนให้แก่หน่วยธุรกิจต่างๆ โดยการเสนอขายตราสารทางการเงินหรือหลักทรัพย์ เช่น พันธบัตร หุ้นกู้ หุ้นบุริมสิทธิ์ หุ้นสามัญ และหน่วยลงทุนให้แก่ประชาชนทั่วไป นับเป็นการระดมเงินออมจากประชาชนเพื่อนำไปใช้ลงทุนในธุรกิจโดยตรง
วานิชธนกิจกับตลาดทุนในประเทศไทย
กระแสการระดมเงินทุนของหน่วยธุรกิจผ่านการซื้อขายหลักทรัพย์ เข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่หลายสิบปีก่อน แต่เพิ่งมีบทบาทมากขึ้นเมื่อมีการก่อตั้ง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. 2517 เพื่อให้ดำเนินงานในรูปของหน่วยงานที่มิได้มุ่งหวังกำไร โดยทำหน้าที่เป็นตลาดหุ้นหรือศูนย์กลางซื้อขายหลักทรัพย์ รวมทั้งกำหนดระเบียบกฎเกณฑ์ เพื่อให้การซื้อขายหลักทรัพย์เป็นไปด้วยความมีระเบียบ คล่องตัว และยุติธรรม ตลาดทุนในประเทศไทยกลายเป็นแหล่งระดมเงินทุนที่ใช้กันอย่างแพร่หลายที่สุดเมื่อไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ในช่วงที่เศรษฐกิจไทยกำลังเจริญเติบโตสุดขีด
ซึ่งตลาดทุนแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
1. ตลาดแรกหรือตลาดหลักทรัพย์ออกใหม่ (Primary Market) เป็นแหล่งกลางที่มีการเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ให้แก่ประชาชนทั่วไป เมื่อธุรกิจต้องการขยายทุนเพิ่ม
2. ตลาดรองหรือตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ที่เคยผ่านตลาดแรกมาแล้ว (Secondary Market) ตลาดรองนี้ไม่มีผลโดยตรงต่อการระดมเงินออมจากประชาชน แต่เป็นการซื้อขายเพื่อเปลี่ยนมือของผู้ถือหลักทรัพย์วาณิชธนกิจ เป็นการให้คำปรึกษาทางการเงิน โดยเสนอแนะโครงสร้างทางการเงินของกิจการทั้งด้านเงินกู้และด้านเงินทุน เพื่อให้กิจการมีโครงสร้างทางการเงินที่เหมาะสมกับการดำเนินธุรกิจของกิจการ ซึ่งทำให้กิจการมีความมั่นคงและความประหยัดทางการเงิน เช่น ผู้ประกอบการโดยทั่วไป มักชอบกู้เงินแบบเบิกเกินบัญชีมาใช้เป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบธุรกิจ บางครั้งนำเงินกู้เบิกเกินบัญชีซึ่งเป็นเงินกู้ระยะสั้นมาใช้ในการซื้อที่ดินและสร้างโรงงานอันเป็นการลงทุนระยะยาว
กรณีข้างต้นนี้ วาณิชธนากร (Investment Banker) จะให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการให้ใช้เงินทุนหรือเงินกู้ระยะยาวสำหรับการลงทุนซื้อสินทรัพย์ถาวร และให้ใช้เงินกู้เบิกเกินบัญชีเฉพาะเป็นเงินทุนหมุนเวียน (Working Capital) เท่านั้น ซึ่งเป็นการปรับโครงสร้างทางการเงินให้มีความมั่นคงขึ้น เนื่องจากสัญญาเงินกู้เบิกเกินบัญชีเป็นสัญญาที่มีอายุเพียง 1 ปี ไม่เหมาะที่จะนำมาใช้ใน
การลงทุนซื้อสินทรัพย์ถาวร ซึ่งมีระยะเวลาคืนทุนนานกว่า 1 ปี กิจการจะมีปัญหาทางการเงินทันทีที่ธนาคารไม่ต่ออายุสัญญาเงินกู้เบิกเกินบัญชี
วานิชธนกิจ (Investment Banking) กับ วาณิชธนากร (Investment Banker)
วาณิชธนากร คือ ผู้ที่ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแนะนำในธุรกิจวาณิชธนกิจ ผู้ประกอบการที่ต้องการระดมทุนจากตลาดเงิน และตลาดทุนโดยตรงแทนการกู้เงินจากสถาบันการเงิน จำเป็นต้องใช้บริการของวาณิชธนากร เนื่องจากการออกหลักทรัพย์เพื่อขายในตลาดแรก มีความยุ่งยากและมีความเสี่ยงในการขายหลักทรัพย์อยู่มาก โดยเฉพาะในกรณีที่มีการระดมทุนเป็นจำนวนมาก ดังนั้น บริษัทต่างๆ ที่ต้องการระดมทุนจาดตลาดเงินหรือตลาดทุน มักจะใช้บริการของวาณิชธนากร ซึ่งเป็นมืออาชีพในการบริหารการออกหลักทรัพย์โดยตรง วาณิชธนากรมีหน้าที่ที่สำคัญ ดังนี้
1. ริเริ่มในการออกหลักทรัพย์ (Originator) เป็นผู้ริเริ่มให้กับกิจการว่าจะจัดหาเงินทุนโดยวิธีใด จะออกหุ้นชนิดใด ในราคาใด จึงจะเหมาะสมกับโครงสร้างธุรกิจของ
บริษัท
2. รับประกันการขาย (Uunderwriter) เป็นผู้รับประกันว่าจะขายหลักทรัพย์นั้นให้ ทั้งหมดหรือตกลงจะรับซื้อหลักทรัพย์เป็นบางส่วน ถ้าหลักทรัพย์นั้นขายได้ไม่หมด ทำให้กิจการได้รับเงินทุนครบตามจำนวนที่ต้องการได้
3. จัดจำหน่าย (Distributor) โดยจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่หรือที่มีจำหน่ายอยู่แล้วให้กับผู้ลงทุน อาจทำหน้าที่ทั้งหมดเพียงผู้เดียว หรืออาจจะร่วมกันทำหน้าที่ระหว่างหลายๆ วาณิชธนกิจก็ได้ เรียกว่า Syndication
4. ค้าหลักทรัพย์ (Dealer) ทำหน้าที่เป็นผู้ค้าหลักทรัพย์ที่มีการจำหน่ายอยู่แล้ว อาจเป็นการซื้อไว้เพื่อหากำไรเอง หรือซื้อไว้เนื่องจากรับประกันการขายไว้และขายไม่หมดจนต้องรับซื้อไว้ก็ได้
5. ตัวแทนหรือนายหน้า (Broker) เป็นตัวแทนให้ผู้ลงทุนในการซื้อขายหลักทรัพย์ ทุกชนิดตามความต้องการของลูกค้า ไม่ว่าหลักทรัพย์นั้นจะอยู่ในหรือนอกตลาดหุ้นก็ตาม รายได้ของตัวแทน คือ ค่านายหน้า
6. ที่ปรึกษาทางการเงิน (Financial Advisor) ให้บริการธุรกิจโดยเป็นที่ปรึกษาทาง การเงินของกิจการไม่ว่าในด้านของการลงทุน ด้านซื้อขายหลักทรัพย์และข่าวสารเกี่ยวกับตลาดหุ้น วาณิชธนากรจึงช่วยให้ธุรกิจสามารถจัดหาเงินทุนระยะยาวได้โดยสะดวกใน ดังนั้น ตลาดเงินและตลาดทุน โดยทั่วไปจะให้บริการกับกิจการขนาดกลางและขนาดใหญ่ รายได้ของวาณิชธนากร คือ ผลต่างของราคาที่ขายให้กับราคาที่ต้องจ่ายให้กับผู้ออกหลักทรัพย์นั่นเอง
การออกจำหน่ายหลักทรัพย์ของธุรกิจ
โดยทั่วไปมีวิธีการออกจำหน่ายหลักทรัพย์อยู่ 3 วิธี คือ
1. Private Placement เป็นการออกหลักทรัพย์ขายให้แก่นักลงทุนประเภทสถาบันตาม
คำจำกัดความของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ ไม่มีสิทธิ์เสนอขายให้แก่
ประชาชนโดยทั่วไป ส่วนมากใช้ในกรณีที่หลักทรัพย์นั้นมีจำนวนไม่มากนัก เพื่อประหยัด ค่าใช้จ่ายในการขาย
2. Public Offering กิจการผู้ออกหลักทรัพย์จะมอบให้วาณิชธนากรเป็นผู้จำหน่ายหลักทรัพย์ทั้งหมดให้แก่ประชาชนทั่วไป
การให้วาณิชธนากรช่วยระดมทุนให้นั้น ทำให้ได้เงินทุนตามที่ต้องการ และสะดวกรวดเร็ว แต่เสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก กิจการจึงต้องพิจารณาว่าคุ้มหรือไม่ เพราะถ้า ทำเองอาจเสี่ยงต่อการขายได้ช้าหรือขายไม่หมด ทำให้ไม่ได้เงินทุนตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
3. Rights Offering ผู้ออกหลักทรัพย์ใหม่เสนอขายหลักทรัพย์ใหม่ให้กับผู้ถือหุ้นเดิม ตามสัดส่วนของจำนวนหุ้นที่ถืออยู่
บทความโดย : น.ส.ทิพวรรณ์ บุญแก้วสุข เลขทะเบียน 5101103145
ที่มาของบทความ : http://www.ismed.or.th/SME/src/upload/knowledge/11811991754667ab47de582.pdf
คำถาม...
1.วานิชธนกิจมีหน้าที่และความสำคัญอย่างไร
2.วานิชธนกิจ กับ วาณิชธนากร มีความแตกต่างกันอย่างไร
3.การออกจำหน่ายหลักทรัพย์ของธุรกิจมีกี่วิธี อะไรบ้าง
อ่าวววววว รหัส30แบบนี้แปลว่ารุ่นพี่การเงินผมนี่นาา กำลังหาข้อมูลอย่าพอดีเลย ขอบคณุนะครับ
ตอบลบ